Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

การเลือกซื้ออาหารประเภทเนื้อ


อาหารประเภทเนื้อ ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมูเลือกซื้อให้เหมาะกับชนิดของอาหารที่จะทำการย่าง อบ ผัด ยำ ทอด และการหุงต้มที่ใช้เวลาน้อยควรซื้อเนื้อสันใน หรือเนื้อที่นุ่ม เพราะมีไขมันปนซึ่งไขมันจะช่วยไม่ให้เนื้อแห้งเกินไปในเวลานำไปย่างหรืออบ ส่วนการ
ต้ม ตุ๋น เคี่ยวเปื่อย ซึ่งเป็นการใช้เวลานานควรซื้อเนื้อที่เหนียวกว่าการซื้อเนื้อส่วนที่นิ่มมาเคี่ยวไม่เป็นการประหยัด
เพราะต้องซื้อเนื้อในราคาแพงกว่าเนื้อส่วนที่เหนียว และการหุงต้มนานเกินไป จะทำให้เนื้อกระด้างเหนียวได้

เลือกซื้อให้ได้ปริมาณและคุณค่าคุ้มกับราคา คือ ให้มีส่วนที่กินได้ให้มากที่สุด เช่น เนื้อแดงจะมีส่วนที่กิน
ได้มากกว่าซี่โครง เมื่อเทียบส่วนที่กินได้แล้ว ให้ปริมาณคุ้มค่าเงินมากกว่า ราคาที่สูงไม่ได้หมายความว่าคุณค่า
อาหารดีกว่าราคาถูก เช่น เนื้อสันมีราคาแพงกว่าเนื้อส่วนอื่น ๆ แต่ไม่ได้ให้คุณค่าทางอาหารมากกว่าเนื้อส่วนอื่น
เพียงแต่ ให้ความนุ่มมากกว่า

เลือกซื้อเนื้อสัตว์อายุน้อย โดยพิจารณาดูจากกระดูกที่ติดมา ถ้ากระดูกพรุนสีแดง มีส่วนหุ้มปลายกระดูก
ตามข้อต่อหนาแสดงว่าเป็นสัตว์อายุน้อย แต่ถ้ากระดูกมีรูพรุนน้อย ส่วนใหญ่ค่อนข้างแข็ง สีขาว มีส่วนหุ้มปลาย
กระดูกบาง แสดงว่าเป็นสัตว์แก่ เนื้อเหนียว คุณภาพไม่ดีเท่าสัตว์อายุน้อย

เลือกซื้อเนื้อที่ฆ่าถูกวิธี เช่น ฆ่าจากโรงฆ่าสัตว์ของรัฐบาล มีกรรมวิธีชำแหละถูกต้อง ได้รับการตรวจสอบ
เรียบร้อยว่าปลอดภัย ไม่มีโรค หรือพยาธิที่ติดต่อมาถึงคนได้

การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ มีลักษณะดังนี้เนื้อวัว การเลือกซื้อเนื้อวัวที่สด จะมีสีแดงสดไม่เขียว เมื่อใช้มีดตัดจะแห้ง
มีมันสีเหลือง ลองใช้นิ้วกดดู จะไม่เป็นรอยบุ๋ม เมื่อวางทิ้งไว้จะมีน้ำสีแดงออกมา ดมดูไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือเหม็น
เปรี้ยว เนื้อควาย มีสีแดงคล้ำกว่าเนื้อวัว เส้นหยาบมีมันขาว เมื่อปรุงอาหารสุกแล้วจะเหนียวกว่าเนื้อวัว

ข้อสังเกตความแตกต่างระหว่างเนื้อวัวกับเนื้อควาย เนื้อวัวมีสีแดงสด เนื้อแน่นละเอียด มันวัวมีสีเหลือง เนื้อ
ควายจะมีลายเส้นของกล้ามเนื้อหยาบ เนื้อเหนียวกว่าและมีสีคล้ำกว่าเนื้อวัว มันที่ติดเนื้อควายจะมีสีขาวเหมือนเนื้อ
หมูการเลือกซื้อเนื้อส่วนต่าง ๆ ราคาจะไม่เท่ากัน เมื่อเวลาซื้อ จะต้องบอกผู้ขายว่าเราต้องการเนื้อส่วนใด เพื่อไป
ประกอบอาหาร ฉะนั้นผู้ซื้อจะต้องรู้จักส่วนต่าง ๆ ของเนื้อเพื่อป้องกันการถูกหลอกส่วนต่าง ๆ ของเนื้อมีดังนี้

เนื้อที่ติดอยู่กับคอ (Chuck) เหมาะสำหรับทำอาหารอบ สตูว์
ซี่โครง (Rib) ใช้ในการอบ ทอด ย่าง
เนื้อสัน (Sirloin) จะแบ่งเป็นสันในกับสันนอก เป็นส่วนที่เลยบั้นเอว สันใน คือ เนื้อที่หุ้มสันหลังด้านใน
เป็นส่วนที่นุ่ม จะมีราคาแพง เนื้อที่หุ้มสันหลังด้านนอกจะเป็นส่วนเนื้อสันนอก ทั้งเนื้อสันในสันนอก
เหมาะสำหรับการนำมาทอด ย่าง อบ
เนื้อสะโพก (Round) หรือเนื้อลูกมะพร้าว (Rump) เหมาะที่จะใช้แกง ย่าง ทำเนื้อบด
เนื้อที่สีข้าง (Flank) ส่วนนี้จะมีไขมัน เมื่อแล่ออกบ้างแล้วจะเหมาะในการอบ หรือเอามาบด
เนื้อพื้นท้อง (Short Plate) เหมาะสำหรับทำสตูว์ เนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋น
เนื้อท่อนขา หรือเนื้อน่องลาย (Fore Shank) เป็นส่วนที่เหนียว ถ้าจะนำประกอบอาหารต้องเคี่ยวหรือ
หมักให้เนื้อนุ่ม
ลิ้นวัว เหมาะที่จะนำมาเคี่ยวทำสตูว์ ลิ้นย่าง
กระดูกวัว สามารถนำมาต้มทำน้ำซุปเนื้อ


การเลือกซื้อเนื้อหมู ต้องดูเนื้อละเอียด มีสีชมพูอ่อน นุ่มเป็นมัน เนื้อแน่น มันสีขาวถ้าหมูแก่จะมีสีแดงแก่ มันสีเหลือง ไม่มีกลิ่นเหม็น ส่วนต่าง ๆ ของหมูมี หัว เนื้อแดง เนื้อสันใน สามชั้นขาหน้า ขาหลัง ซี่โครงเครื่องในกระดูก ส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหมูที่นำมาประกอบอาหารหัวหมู นำมาต้มสุก ส่วนมากซื้อไปเพื่อแก้บน หรือนำไปเซ่นไหว้ เมื่อต้มสุกแล้ว อาจนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น ทำหมูตั้ง ยำหูหมู แกง ผัดเผ็ด หรือหั่นจิ้มน้ำจิ้มคอหมู เป็นส่วนเนื้อที่ติดกับกระดูกต้นคอ เนื้อส่วนนี้จะมีมันปน เหมาะที่จะนำมาย่างจิ้มน้ำจิ้ม เนื้อจะนุ่มเนื้อแดง เป็นส่วนที่มีเนื้อล้วน ๆ ไม่ติดมัน เหมาะที่จะนำมาอบ ทอดโดยใช้เวลาในการทำสุกไม่นานเพราะถ้านำไปประกอบอาหารที่ต้องใช้เวลานาน ๆ เช่น ต้ม เคี่ยว เนื้อจะเหนียวแทนที่จะนุ่มและมีรสจืดลงสันใน เป็นเนื้อที่ติดกับสันหลัง ลักษณะเนื้อเป็นชั้นยาวไม่ติดมัน ส่วนนี้จะมีความนุ่มสามชั้น เวลาซื้อควรเลือกสามชั้นที่มีหนังหรือมันบาง เหมาะสำหรับทำหมูย่าง หนังกรอบพะโล้ ต้มหัวผักกาดเค็ม ฯลฯ หมูสามชั้นเป็นส่วนที่มีราคาถูกที่สุด เมื่อเทียบกับเนื้อส่วนอื่นๆขาหน้าส่วนขาหน้านี้จะมีเนื้อมากก่อนจะนำขาหมูมาใช้ประกอบอาหารต้องนำขาหมูมาเผาไฟให้หมดขน แล้วขูดผิวให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปตุ๋นให้เปื่อย โดยใช้เวลาในการประกอบนานพอสมควร
ขาหลัง เนื้อส่วนนี้จะมีน้อยกว่าขาหน้า นิยมใช้ทำต้มยำ ต้มเค็ม
มันหมู เป็นไขมันของหมู แบ่งเป็นมันแข็ง และมันเปลว เราจะนำมาเจียวเอาน้ำมันมาใช้เพื่อประกอบ
อาหารการเก็บรักษาเนื้อสัตว์ทุกชนิดเลือกซื้อมาแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ไม่ควรเกิน 2 - 3 วัน ต้องเก็บไว้ในช่องน้ำแข็ง หรือที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียสถ้าซื้อชนิดที่แช่แข็งมาจากร้าน ควรนำแช่ต่อทันทีในตู้เย็นถ้าเนื้อสะอาดดีแล้วไม่ควรทำความสะอาดเพราะคุณค่าของอาหารจะละลายไปกับน้ำและจะทำให้เนื้อ
เสียเร็ว

NEXT